“ผู้เช่าไม่มี ‘สัญญาเช่าดำเนินงานนอกงบดุล’ อีกต่อไป — สัญญาเช่าเกือบทั้งหมดต้องขึ้นงบดุล”
TFRS 16 ใช้โมเดลเดียวสำหรับผู้เช่า โดยรับรู้ “สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use asset)” และ “หนี้สินตามสัญญาเช่า” สำหรับสัญญาเช่าเกือบทุกประเภท
ผู้เช่าบันทึกอย่างไร
A
ตอนเริ่มสัญญา
- หนี้สินตามสัญญาเช่า = มูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าที่ต้องจ่าย
- สินทรัพย์ ROU = หนี้สิน + ต้นทุนทางตรงเริ่มแรก
B
ตลอดอายุสัญญา
- ตัดค่าเสื่อม ROU และรับรู้ดอกเบี้ยจากหนี้สิน — ค่าใช้จ่ายสูงช่วงต้น (front-loaded)
C
ข้อยกเว้น
- สัญญาเช่าระยะสั้น (≤ 12 เดือน) และสินทรัพย์มูลค่าต่ำ ไม่ต้องขึ้นงบดุล
ℹ️ ผู้ให้เช่า (Lessor) ยังคงจัดประเภทเป็นสัญญาเช่าดำเนินงานหรือเงินทุนเหมือนเดิม — การเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่ฝั่งผู้เช่า
ผลกระทบต่อบริษัท
- งบฐานะการเงินขยายตัว (สินทรัพย์และหนี้สินเพิ่ม) — กระทบอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนและเงื่อนไขเงินกู้
- ค่าเช่าเดิม (ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน) กลายเป็นค่าเสื่อม + ดอกเบี้ย → EBITDA สูงขึ้น
- ต้องเก็บข้อมูลสัญญาเช่าอย่างเป็นระบบ (อายุ อัตราคิดลด สิทธิต่อ/ยกเลิก) เพื่อคำนวณและวัดมูลค่าใหม่
1 ม.ค. 2020
มีผลกับกิจการที่ใช้ TFRS เต็มรูป (PAEs) สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2020 · กิจการ NPAEs ยังแยกสัญญาเช่าดำเนินงาน/เช่าเงินทุนตาม TFRS for NPAEs
มีสัญญาเช่าสำนักงาน โกดัง รถ หรือเครื่องจักรหลายฉบับ? MMN ช่วยรวบรวมข้อมูลสัญญา คำนวณ ROU/หนี้สินตามสัญญาเช่า วางระบบติดตาม และประเมินผลกระทบต่ออัตราส่วนการเงินและภาษี
บทที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง: TFRS 16 “สัญญาเช่า” โดยสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) ตามแนวทาง IFRS 16 · มีผล 1 มกราคม 2020 (PAEs) · เนื้อหาเรียบเรียงโดยทีม MMN เพื่อการศึกษาและวางแผนเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ MMN ก่อนตัดสินใจ